ถั่งเช่ากับความดัน (Cordyzhi)

ถั่งเช่า กับ ความดัน | รู้แบบนี้ สบายไปอีกนาน

ถั่งเช่า สีทอง” ช่วยสร้างภูมิกันและป้องกันโรคต่าง ๆได้ดี เหมาะกับยุคปัจจุบันที่มีโรคแปลก ๆ เข้ามาเล่นงานมนุษย์จนเกิดความโกลาหล จากตัวอย่างงานวิจัยต่างก็ให้การยอมรับ ยืนยันได้ว่าถั่งเช่ามีคุณสมบัติช่วยบรรเทาโรคความดันโลหิตสูงได้จริง

“ความดันโลหิตสูง” เป็นสาเหตุของการตายทั่วโลกสูงถึง 7.5 ล้านคน หรือร้อยละ 12.8 ของสาเหตุการตายทั้งหมด (WHO, 2013 ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก) ปัญหานี้กำลังก่อให้เกิดความรุนแรงมาก เพราะคนที่เป็นโรคนี้จะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ สงสัยมั้ยคะว่าเพราะอะไรทำไมถึงไม่รู้ตัว?

เรามีวิธีรับมือกับโรคชนิดนี้หรือไม่? และราชาสมุนไพรอย่าง “ถั่งเช่าสีทอง” ที่ถูกขนานนามว่าช่วยบรรเทาและรักษาได้สารพัดโรค มีความสัมพันธ์กับ “ความดันโลหิตสูง” อย่างไร มาศึกษาไปพร้อมๆกันเลยค่ะ


ความดันโลหิตสูง โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยโดยไม่มีใครรู้ตัว

ความดันสูง ระยะแรก

“ระยะแรกเริ่มมันไม่มีสัญญาณบ่งบอกอะไร กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนไปตรวจเจอ” คุณๆ เห็นอะไรในประโยคนี้ไหมคะ มันน่ากลัวแบบนี้แหละ เรียกได้ว่าไม่ต่างอะไรกับ “ระเบิดเวลา” ที่รอเวลาทำลายล้าง ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีอาการแสดงให้เห็น ร่างกายภายนอกอาจดูปกติดี

แต่อวัยวะภายในถูกทำลายลงอย่างช้าๆ เพราะการไม่แสดงอาการของโรค จึงทำให้ผู้ป่วยไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ส่งผลให้เกิดการไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที จึงทำให้เพิ่มความสี่ยงต่อการเป็นแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่รุนแรง (ความดันสูงมักจะเกิดร่วมกับภาวะโรคอื่นๆ) เช่น โรคไต โรคเบาหวาน เป็นต้น

จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก คาดการณ์ว่าในปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ประชากรวัยผู้สูงอายุทั่วโลกจะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตมากถึง 1.56 พันล้านคน จากข้อมูลจะเห็นได้เลยว่าโรคความดันโลหิตเป็นอะไรที่ใกล้ตัวมาก

ด้วยอาการที่ไม่ถูกส่งออกมาเป็นสัญญาณเตือน เราแทบไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นเมื่อไหร่ ที่สำคัญความดันโลหิตสูงยังเป็นตัวจ่ายโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อีกด้วย

ที่มา

https://www.omgblackbox.com/ถั่งเช่าลดความดัน/


สาเหตุการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

สาเหตุการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

หากในครอบครัวของคุณมีคนที่เป็นความดันโลหิตสูงอยู่ มีความเป็นไปได้สูงมากว่า คุณจะเป็นความดันโลหิตสูงด้วย” สาเหตุหลักของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงมาจากพันธุกรรม

สาเหตุอื่น ๆ ที่รองลงมาคือสภาพแวดล้อม-พฤติกรรมเสี่ยง ดังนั้น ทุกคนเริ่มต้นป้องกันการเกิดโรคได้ด้วยตัวเอง ทำได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอเวลา ศึกษาข้อเท็จจริงไปจนถึงผลเสีย, แก้ไข, หลีกเลี่ยงการทำพฤติกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1 . การสูบบุหรี่

รวมไปถึงการได้ควันบุหรี่มือสองด้วย ไม่สูบก็จัดว่าเสี่ยง เลี่ยงได้ก็เลี่ยงนะคะ เพราะสารพิษต่างๆที่อยู่ในตัวบุหรี่จะเข้าไปเพิ่มความดันในร่างกายให้สูงขึ้น ทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น ออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจลดลง อีกอย่างคุณต้องไม่เข้าใจผิดว่า การเปลี่ยนไปสูบบุหรี่รสอ่อน (ไลท์) ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนแต่อย่างใด

2 . เพศ

พบได้ทั้งชายและหญิง แต่ช่วงอายุจะไม่เท่ากัน ผู้ชายจะพบได้ในวัยกลางคน 45 ปีขึ้นไป ส่วนผู้หญิงจะถูกพบมากในช่วงอายุ 60-65 ปี แต่จากสถิติพบว่าผู้ชายมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตมากกว่า เพราะว่ามีปัจจัยเสี่ยงอย่างสูบบุหรี่ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้หญิงนั่นเอง

3 . อายุ

ความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงอายุ 45-60 ปีขึ้นไป อายุที่มากขึ้นอาจมีความเสี่ยงก็จริง แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การเริ่มออกกำลังกาย สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่งเลยล่ะค่ะ

4 . การนอนกรน

โรคนอนกรนและหยุดหายใจในขณะหลับ ทำให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ เมื่อคุณทิ้งปัญหานี้ไว้ในระยะยาวโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงได้ (สาเหตุนี้พบได้บ่อยที่สุด ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง) บางคนอาจไม่รู้ตัวว่ากรนหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ต้องอาศัยคนรอบข้างสังเกตอากาi เมื่อทราบถึงปัญหาให้รีบปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด

5 . อาหาร

การกินอาหารมีส่วนสำคัญอย่างมาก ถ้ากินอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ เช่น ขนมกรุบกนอบ อาหารหมักดอง จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะบวมน้ำ ซึ่งจะไปเพิ่มความดันโลหิตในร่างกายให้สูงขึ้น หรือถ้าเลือกกินอาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ

เช่น ผักผลไม้ที่มีสีซีดๆ ผักกาดขาว แตงกวา องุ่นเขียว จะทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับประมาณโซเดียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเลือกกินอาหารทั้ง 2 ประเภทในปริมาณที่พอดีจะช่วยรักษาความสมดุล-ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันสูงในร่างกายได้

6 . ไม่ออกกำลังกาย

ใครที่ไม่ค่อยออกกำลังกายหัวใจจะไม่แข็งแรง ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เพราะต้องใช้แรงดันจากเลือดเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย อัตราการเต้นของหัวใจก็จะเพิ่มมากขึ้น ความดันเลือดเสี่ยงจะมีความผิดปกติกว่าคนที่ออกกกำลังเป็นประจำสม่ำเสมอ

7 . โรคเรื้อรัง

จากโรคแทรกซ้อนที่เป็นโรคประจำตัว (บางชนิด) อาจส่งผลต่อความดันโลหิตสูงมากขึ้น เช่น โรคไต โรคเบาหวาน หรือ ผู้ที่มีประสบปัญหาด้านการนอน หลับยาก ชอบตื่นกลางดึก เป็นต้น

8 . เวลาต่าง-ค่าก็ต่าง

ว่ากันด้วยเรื่องของความดันโลหิต ค่าจะไม่เท่ากันตลอดวัน อย่างในตอนเช้า ความดันซิสโตลิก (ความดันช่วงบน) จะต่ำกว่าตอนช่วงบ่าย และค่าความดันโลหิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น อารมณ์ ความเครียด ความตื่นเต้น การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่กระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ ส่งผลให้แรงดันเลือดเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ความดันเลือดมีค่าเกินกว่าภาวะปกติชั่วคราว

9 . รูปร่างอ้วน

โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง พบได้บ่อยและเป็นกันทั่วโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ภาวะอ้วนจะทำให้แรงต้านทานของเส้นเลือดที่อยู่ในร่างกายสูงขึ้น

ที่มา

https://www.pobpad.com/สาเหตุของโรคความดันโลห

มาค่ะ เรากำลังจะอธิบายในหัวข้อถัดไปว่า อาการที่เห็นแบบชัดๆในโรคความดันโลหิตสูง มีลักษณะอย่างไร ศึกษาไว้จะได้รู้เท่าโรคความดันโลหิตสูงนะคะ


อาการความดันโลหิตสูง

อาการความดันโลหิตสูง

การที่ร่างกายไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ คงไม่ใช่เรื่องดีนัก เพราะกว่าเราจะรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ ก็น่าจะตอนที่เป็นโรคแทรกซ้อนอื่น ๆแล้ว ไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจแน่นอน อยากให้ทุกคนหัดสังเกตร่างกายของตัวเองนะคะ

เมื่อไหร่ที่ร่างกายเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ (เป็นแบบที่ไม่เคยเป็น) หรือ มีอาการต่างๆ เช่น หายใจสั้น ปวดหัวอย่างรุนแรง หรือ มีเลือดกำเดาไหลอย่างไม่ทราบสาเหตุ 3 อาการข้างต้นนี้

ถึงแม้ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย แต่ห้ามนิ่งนอนใจ เราสามารถไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือดว่าอยู่ในระดับไหน ค่าปกติไหม มีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ เป็นต้น


ถั่งเช่าลดความดัน สมุนไพรพันปีที่ช่วยรักษาความดันโลหิตให้หายเป็นปลิดทิ้ง

ถั่งเช่าลดความดัน

การป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิต สามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การลดอาหารรสเค็ม อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง ขนมขบเคี้ยว งดการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารโพแทสเซียมสูง ลดความเครียด ลดน้ำหนักตัว ออกกำลังกายให้มากขึ้น

ในเมื่อเรามีทางเลือก เชื่อเถอะว่าป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ควบคุมระดับความดันโลหิตให้ดี ไม่ทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดโรคจะดีที่สุด

“ภูมิต้านทานโรค” เป็นสิ่งที่เราต้องสร้างและรักษาเอาไว้ ดังนั้นสมุนไพรนับหมื่นปีที่มนุษย์ต้องหันมาตระหนักและกลับมาให้ความสำคัญก็คือ “ถั่งเช่า” เพราะในถั่งเช่ามี สารคอร์ไดเซปิน มีคุณสมบัติช่วยลดความข้นและความเหนียวของเลือด เพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด ลดคอเลสเตอรอลได้ ด้วยสรรพคุณดังกล่าว จึงช่วยเรื่องความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี

มีตัวอย่างงานวิจัยต่อความมหัศจรรย์ของถั่งเช่า ในปี 2560 โดยนักศึกษาปริญญาเอก ทุน พวอ. พบว่า สารคอร์ไดเซปิน มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรค ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคได้หลายชนิด

รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบไหลเวียนโลหิต, บทความของมหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ ยังบอกอีกด้วยว่า ถั่งเช่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยไตวายได้ เป็นต้น


ใครบ้างที่ไม่ควรรับประทานถั่งเช่า

ใครบ้างที่ไม่ควรรับประทานถั่งเช่า

การรับประทานถั่งเช่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบรรเทาโรคความดันโลหิตสูง แต่ในขณะเดียวกันก็ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์แรง ดังนั้นการที่จะใช้ถั่งเช่าช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงจนเกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ต้องศึกษาก่อนว่าใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรชนิดนี้ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

1 . ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด น้ำตาลอาจลดต่ำมากเกินไปจนเกิดอันตรายได้

2 . ผู้ป่วยที่ได้รับยา กลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด

3 . ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ควรระมัดระวังในการทานถั่งเช่าเป็นพิเศษ เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

4 . สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากงานวิจัยต่าง ๆ ยังไม่แพร่หลายนักว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร กินถั่งเช่าแล้วจะมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน

5 . ถั่งเช่า ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนพืชแต่ไม่ใช่นะคะ ถั่งเช่าคือ ”เห็ด” ที่เจริญเติบโตในตัวหนอน ผู้ที่มีอาการแพ้เห็ดจึงไม่ควรรับประทานถั่งเช่า เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา

https://www.honestdocs.co/what-is-cordyceps-how-useful


กินถั่งเช่าลดความดันอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตราย

กินถั่งเช่าลดความดันอย่างไรให้ปลอดภัย

หลายคนคงทราบแล้วว่ามีใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการกินถั่งเช่า แต่ยังไม่รู้วิธีการกินที่ถูกต้อง ใช่ค่ะ การกินถั่งเช่าอย่างถูกต้องจะทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกินผิดวิธี นอกจากจะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังให้โทษและเกิดความสิ้นเปลืองด้วยค่ะ

1 . กินถั่งเช่าร่วมกับน้ำเปล่าเท่านั้น ไม่ดื่มร่วมกับอะไรโดยเฉพาะชาจีน โสม หรือกาแฟ เพราะมีคุณสมบัติทางยาที่หักล้างกัน อาจก่อให้เกิดการบีบหัวใจให้เต้นเร็ว ทำให้ใจสั่นได้

2 . ช่วงเวลาที่ถั่งเช่าสามารถดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ 100% ต้องรับประทานตอนท้องว่างเท่านั้น

3 . ไม่ควรรับประทานใกล้ ๆกับช่วงเวลาที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทำให้สารทางยาบางตัวเสื่อมลง

4 . ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาระงับประสาท และยาเสพติดทุกชนิด เช่น กัญชา มอร์ฟีน กระท่อม เป็นต้น

5 . ไม่ควรชงดื่มกับน้ำที่มีอุณหภูมิเกิน 85 องศา เพราะความร้อนจะทำให้สารและแร่ธาตุที่มีประโยชน์บางตัวเกิดการสลายตัว-เสื่อมสภาพ ทำคุณสมบัติของตัวยาในถั่งเช่าลดลง

ห้ามนำไปเก็บในอุณหภูมิที่ร้อนมาก เพราะอาจะส่งผลให้สารทางยาบางตัวเสื่อมสภาพลง แนะนำว่าเก็บให้พ้นจากความร้อนจะดีกว่า

เนื่องจากถั่งเช่าเป็นสมุนไพรเสริมอาหารบำรุงร่างกาย มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่ว ๆไป ยิ่งต้องเลือกให้ Cordyzhi ดูแลสุขภาพของคุณ เพราะนอกจากจะเข้าไปรักษาความสมดุล ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันสูงในร่างกายแล้ว

ใน Cordyzhi ยังได้นำสุดยอดสมุนไพรอันล้ำค่าอย่าง เห็ดหลินจือแดง เข้าไปช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือด สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย มั่นใจได้เลยว่าว่าทุกแคปซูลอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ ช่วยซ่อมแซมโลหิต และบำรุงร่างกายของคุณอย่างเต็มที่ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ Cordyzhi จึงสร้างความคุ้มค่า มากกว่าราคาที่คุณต้องจ่ายแน่นอน

ที่มา

https://www.cordylis.com/บริโภคถั่งเช่าอย่างไร/

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *